46 ปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ ลุยพัฒนาสหกรณ์เข้มแข็ง

ครบรอบ 46 ปี วันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ชูนโยบายพัฒนาสหกรณ์เข้มแข็ง เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

วันนี้ (1 ต.ค.61) นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 46 ปี และร่วมกิจกรรมถวายพานพุ่มสักการะ พระอนุสาวรีย์พระราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย รวมทั้งอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 46 ปี พร้อมมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานแก่บุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ บริเวณลานหน้าพระอนุสาวรีย์กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 46 ปี รัฐบาลมีความต้องการพัฒนาให้สหกรณ์เป็นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ และเป็นกลไกพัฒนาภาคการเกษตรไทย พร้อมสนับสนุนให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสหกรณ์ต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ สนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และตรงกับความต้องการของตลาด ยึดหลักการตลาดนำการผลิตและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างโอกาสในการแข่งขันสินค้าภาคการเกษตร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ถือเป็นหน่วยงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2515 มีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน แนะนำ กำกับ และดูแลระบบสหกรณ์ของประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสหกรณ์ 7 ประเภท ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนและสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมกันเกือบ 8,100 แห่ง มีทุนดำเนินงานรวมกันกว่า 2.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 17% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

“ในปีงบประมาณ 2562 ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ร่วมกันพิจารณาบทบาทอำนาจหน้าที่ของสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภท ว่าในปัจจุบันสหกรณ์ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ และดูถึงโครงสร้างกฎหมายสหกรณ์ฉบับเดิมยังมีจุดอ่อนในเรื่องใดให้นำมาปรับปรุงและเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ก่อนจะร่างกฎหมายสหกรณ์ฉบับใหม่มาถือใช้ ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จะต้องเร่งพัฒนากรรมการให้รู้บทบาทอำนาจหน้าที่ และแบ่งกลุ่มสหกรณ์เพื่อจัดหลักสูตรอบรมเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานสหกรณ์ให้เหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละสหกรณ์”นายกฤษฎา กล่าว

โดย : www.siamrath.co.th